Tuesday, October 4, 2011

Garden Decor.สวนน้ำรินกับผนังไม้ระแนง

Garden Decor.สวนน้ำรินกับผนังไม้ระแนง ปรับเปลี่ยนสนามหญ้านอกบ้านให้สามารถดูแลง่าย และมีส่วนนั่งเล่นทำกิจกรรมร่วมกันได้ทั้งครอบครัว.พื้นที่สวนเดิมนั้นเป็นสนามหญ้าที่ไมเคยเขียว มีแต่จะเหี่ยวเฉาแห้งตายลงไปทุกวัน มองแล้วหดหูใจแทนที่จะสดชื่นเบิกบาน




เลยทำให้เจ้าของ ต้องการจัดการสวนเสียใหม่ ปรับเปลี่ยนสนามหญ้านอกบ้านให้สามารถดูแลง่าย และมีส่วนนั่งเล่นทำกิจกรรมร่วมกันได้ทั้งครอบครัว สวนน้ำเป็นทางเลือกแรกที่เขาต้องการ เนื่องจาก “น้ำ” เป็นองค์ประกอบการตกแต่งที่ทำให้พื้นที่โดยรอบดูผ่อนคลาย เย็นกาย เย็นใจ และมีการเคลื่อนไหวที่สดชื่นนุ่มนวล



ด้วยความง่ายในการดูแลรักษาจึงลดพื้นหญ้าให้น้อยลง เพิ่มพื้นระเบียงไม้เชื่อมจากตัวบ้านสู่พื้นที่ภายนอกทำเป็นพื้นที่พักผ่อนเปิดโล่งริมน้ำ วางแผ่นบล็อกปลูกหญ้าโรยกรวดทำให้การดูแลรักษาง่ายขึ้น และสามารถรองรับปาร์ตี้เล็กๆ และเดินเล่นในหน้าฝนได้อย่างไม่ชื้นแฉะ



บรรยายภาพ




1-2. สร้างผนังน้ำตกให้เชื่อมมุมมองจากหน้าบ้านและหลังบ้านได้ และเป็นจุดพักสายตาด้วย การเคลื่อนไหวของสายน้ำ และไม้ประดับที่ช่วยลดความแข็งของผนังปูนและไม้ให้ดูนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น



3. ศาลาระแนงไม้ดูเชื้อเชิญแขกให้มานั่งพบปะพูดคุยกันมากกว่าภายในบ้าน ด้วยบรรยากาศเป็นกันเองที่แวดล้อมไปด้วยพันธุ์ไม้ธรรมชาติและผนังไม้ระแนงบังสายตาตามมุมสำคัญได้อย่างเป็นส่วนตัว



4. ไม้ระแนงตีเว้นช่องเป็นฉากปิดบังแนวรั้วและลดความทึบตัน ให้มุมมองที่โดดเด่น สามารถเพิ่มลูกเล่นการตกแต่งแนวตั้งได้อย่างหลากหลาย ทั้งการนำไม้ดอกมาแขวนหรือจัดวางตามกรอบไม้สีขาว เพื่อเพิ่มความสดชื่นขณะสนทนากลางแจ้ง



5. ลดสนามหญ้าด้วยการวางบล็อกปลูกหญ้าโรยด้วยกรวดเพื่อให้การดูแลรักษาง่ายและน้ำสามารถซึมผ่านได้ดี

ทำให้ระบบนิเวศในดินมีความสมดุลมากกว่าปล่อยทิ้งเป็นพื้นปูน



6. ลดพื้นที่ผนังปูนด้วยผนังไม้ระแนงที่มีลูกเล่นมากขึ้น เป็นผนังหยุดสายตาที่โดดเด่น และสร้างกรอบความเป็นส่วนตัวของคนในบ้าน ที่สามารถตกแต่งจัดวางหรือแขวนประดับได้ทั้งพันธุ์ไม้และอุปกรณ์ประดับที่ทนแดดทนฝน



7. ระเบียงไม้ริมน้ำข้างบ้าน เป็นพื้นที่รวมกิจกรรมของครอบครัว และเป็นพื้นที่ดึงดูดสายตาจากหน้าบ้าน โดยเสริมความโดดเด่นของฉากหลังด้วยผนังไม้ระแนงเพื่อเป็นจุดหยุดสายตาและสร้างกรอบมุมมองที่โดดเด่น



8. Plan



รายการค่าจัดสวน



1. งานพันธุ์ไม้ 65,000 .-



2. ชุดบ่อและผนังโชว์น้ำตก 70,000 .-



3. ระเบียงไม้ ซุ้มระแนง กันสาดไม้และแผงไม้ประดับต่างๆ 130,000 .-



4. ชุดซุ้มระแนงไม้ติดแผ่นโพลีฯหน้าบ้าน 30,000 .-



5. ลานหิน ไฟสนาม งาน hardscape อื่นๆ 125,000 .-



6. ค่าดำเนินการ 30,000.-



รวมทุกรายการ 450,000 บาท

.







ขอขอบคุณ

เจ้าของ : คุณศุภชัย เทศทอง



สถานที่ : หมู่บ้านนนท์ณิชา ถนนรัตนาธิเบศร์



จัดสวน : คุณเอกลักษณ์ วงศ์พานิช โทร. 081 818 7833 , 0 2888 7888



ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.natureandtrend.com

Sunday, May 22, 2011

ซุ้มไม้เลื้อย


“ซุ้มไม้เลื้อย” บนเนินต่างระดับที่เซ็ตติโม วิตโตเนในบริเวณแคว้นพีดมอนต์ในประเทศอิตาลี



ซุ้มไม้เลื้อยเป็นอุโมงค์

ซุ้มไม้เลื้อย (Pergola) เป็นสิ่งก่อสร้างประดับสวน (garden feature) ที่มีลักษณะเป็นซุ้มเหนือทางเดินหรือบริเวณบริเวณที่นั่งพักผ่อน ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นร่มเงา



ตัวสิ่งก่อสร้างประกอบด้วยเสาและตารางไม้โปร่ง (lattice) เพื่อให้ไม้สามารถเลื้อยได้หรือช่วยรักษารูปทรงของไม้เลื้อยตามทรงหรือโครงสร้างที่ต้องการ



ซุ้มไม้เลื้อยเป็นศาลาสวนประเภทหนึ่ง หรืออาจจะเป็นส่วนที่สร้างติดกับสิ่งก่อสร้างอื่น



คำว่า “pergula” มาจากภาษาละตินที่หมายถึงชายคาที่ยื่นออกไป คำนี้นำเข้ามาใช้ในภาษาอังกฤษจากภาษาอิตาลีเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1645 โดยจอห์น เอเวลิน ที่สำนักสงฆ์ทรินิตาเดอิมอนติ (Trinità dei Monti) ในกรุงโรม



และใช้ในอังกฤษในปี ค.ศ. 1654 ในหมู่ของเอิร์ลแห่เพมโบรค เมื่อเอเวลินดูการไล่กระต่ายโดยสุนัขเกรฮาวนด์ใน “ซุ้มไม้เลื้อย” ที่สร้างเพื่อการนี้โดยเฉพาะ



ซุ้มไม้เลื้อยเกี่ยวข้องกับศาลา ที่อาจจะเป็นส่วนที่ต่อออกไปจากประตูสิ่งก่อสร้างออกไปยังสวน หรืออาจจะเป็นสิ่งก่อสร้างที่เป็นอิสระที่ให้ร่มเงาตามทางเดิน



ซุ้มไม้เลื้อยในปัจจุบันมักจะเป็นสิ่งก่อสร้างที่ถาวรกว่า “อุโมงค์ไม้เลื้อย” หรือ “อุโมงค์เขียว” ของสวนในปลายยุคกลางหรือต้นยุคยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา



ที่ใช้การดัดยอดที่ออกใหม่ของไม้ที่ดัดง่ายเช่นวิลโลว์หรือเฮเซิลให้เป็นซุ้มโค้งเป็นระยะๆ และสานกันเพื่อให้ไม้เลื้อยได้ และทำเป็นทางเดินที่ให้ร่มเงาและเป็นที่หลบจากความร้อนจากแดดในหน้าร้อน



หรืออาจจะพอใช้หลบฝนได้บ้าง คฤหาสน์ลาเพทราเอียของตระกูลเมดิชิใช้ซุ้มไม้เลื้อยที่ในที่สุดก็กลายมาเป็นศาลาสวน



เมื่อการตกแต่งสวนในคริสต์ศตวรรษที่ 18 และ 19 หันมานิยมการจัดสวนแบบธรรมชาติ ซุ้มไม้เลื้อยก็หมดความนิยมลงไปเพราะถือว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์



การก่อสร้างซุ้มไม้เลื้อยในปัจจุบันมักจะทำด้วยไม้ มากกว่าที่จะทำด้วยอิฐซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างลดน้อยลง และเป็นการช่วยทำให้ซุ้มไม้เลื้อยเป็นที่แพร่หลายมากยิ่งขึ้นด้วย



โดยทั่วไปซุ้มไม้เลื้อยอาจจะสร้างจากไม้ที่ทนแดดทนฝน เช่นไม้ซีดาร์ แดง หรือไม้เรดวูด บางครั้งก็จะทาสีขาวหรือปล่อยให้เป็นสีเนื้อไม้ตามธรรมชาติ





ขอขอบคุณ วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี










Monday, February 28, 2011

แต่งห้องนอน แนววินเทจ หวานๆ

แต่งบ้านแบบวินเทจของแท้ แต่งบ้านสไตล์วินเทจ
เป็นความฝันของใครหลายๆคน เอาภาพมาแบ่งกันชมค่ะ














Sunday, February 27, 2011

จ้างนักตกแต่งสวนมืออาชีพ

จ้างนักจัดสวนอย่างมืออาชีพ


Baanlaesuan




มีหลายคนคิดอยากจะจ้างนักจัดสวน แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน จะติดต่อนักจัดสวนได้อย่างไร เมื่อติดต่อไปแล้วจะถูกใจไหม จะจัดได้ตรงกับที่ใจต้องการหรือเปล่า ขั้นตอนการจัดสวนเขามีอย่างไร ต้องทำสัญญาแบบไหน มีการเบิกจ่ายเงินกันอย่างไร ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำถามที่อาจเกิดขึ้นได้กับหลายคน คอลัมน์ “คุยกับมืออาชีพ”ฉบับนี้ เราไปคุยกับ รองศาสตราจารย์เอื้อมพร วีสมหมาย อาจารย์ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อาจารย์จะเล่าถึงขั้นตอนเหล่านั้นให้ทราบพอเป็นแนวทางกัน



มุมนั่งเล่นนอกบ้าน ก่อสร้างเป็นศาลาไม้หลังคาโค้งรูปเรือ ยกพื้นสูงเป็นพื้นไม้ระแนง วางตำแหน่งให้อยู่ชิดกับตัวบ้าน เพื่อให้ทุกคนในบ้านสามารถเข้าไปใช้งานได้ง่าย ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของการทำฮาร์ดสเคปในสวน



ไม้ยืนต้นขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 10 นิ้ว ขนาดกำลังดี ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป สังเกตทรงต้นและลักษณะกิ่งก้าน เมื่อปลูกไปได้ระยะหนึ่งแล้วจะให้ทรงพุ่มที่สวยงาม และมีระบบรากที่แผ่ขยายได้ดี แข็งแรงดีกว่าไม้ขนาดใหญ่ซึ่งถือเป็นต้นไม้ที่แก่แล้ว


การเข้าอบรมจัดสวนเบื้องต้น เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประกอบการจัดสวนเอง หรือใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเพื่อพูดคุยกับนักจัดสวนต่อไปก็ได้(ภาพการฝึกปฏิบัติจัดสวนจริง จากคอร์สอบรมจัดสวน โดยอมรินทร์ เทรนนิ่ง)


สำหรับเจ้าของบ้านที่ชื่นชอบการนั่งเล่นริมระเบียง อาจเนรมิตเทอร์เรซไม้ให้ต่อเนื่องมาจากตัวบ้าน ปลูกลั่นทมไว้รอบๆ เหมือนได้นั่งเล่นในสวนยามไปพักผ่อนที่รีสอร์ตหรูต่างจังหวัด นอกจากเรื่องโครงสร้างรับน้ำหนักที่เจ้าของบ้านต้องตรวจเช็คและทำความเข้าใจกับผู้รับเหมาให้ดีแล้ว เรื่องของชนิดไม้ที่ใช้ทำพื้นระแนงและน้ำยาทาเคลือบผิวไม้สำหรับใช้งานภายนอกบ้านก็เป็นรายละเอียดที่เจ้าของบ้านต้องเรียนรู้ โดยอาจขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่แนะนำสินค้าตามศูนย์รวมสินค้าตกแต่งบ้านและอุปกรณ์ก่อสร้างชั้นนำทั่วไป เช่น โฮมโปร โฮมเวิร์ค หรือบุญถาวร



บริเวณข้างบ้านซึ่งมีขนาดพื้นที่ไม่มากนัก สามารถดัดแปลงเป็นมุมนั่งเล่นได้ด้วยการปรับพื้นที่ให้เรียบเสมอกัน อัดดินและทรายหยาบอีกชั้นหนึ่งให้แน่น ก่อนวางแผ่นซีเมนต์สำเร็จรูป วางชุดเก้าอี้นั่งเล่นส่วนรอบๆโรยกรวดแม่น้ำ ด้วยวิธีการง่ายๆนี้เจ้าของบ้านก็ได้พื้นที่ใช้สอยภายนอกเพิ่มขึ้นมาแล้ว




ทางเข้าบ้านที่วางขนานไปกับข้างรั้ว สามารถออกแบบให้สะดวกต่อการใช้งานด้วยการทำเป็นเทอร์เรซไม้ยาวตลอดแนว ส่วนพื้นที่ระหว่างเทอร์เรซไม้กับข้างรั้วที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดนั้น ให้จัดเป็นสวนข้างรั้ว ดูร่มรื่นสวยงาม ช่วยเพิ่มสีเขียวให้แก่บ้านได้เป็นอย่างดี / รองศาสตราจารย์เอื้อมพร วีสมหมาย


ศึกษาก่อนจ้างนักจัดสวน

เจ้าของบ้านควรศึกษาหาข้อมูลก่อน ให้ตัวเองมีความรู้เรื่องจัดสวน หาอ่านจากหนังสือให้รู้ว่าการจัดสวนคืออะไร มีขั้นตอนการทำงานอย่างไร เพื่อเป็นพื้นความรู้ก่อนไปจ้างนักจัดสวน นอกจากจะเป็นประโยชน์กับเจ้าของบ้านแล้ว ยังเป็นประโยชน์กับผู้รับจ้างทำงานนี้ด้วย เพราะทั้งสองฝ่ายจะเข้าใจกระบวนการทำงานและมองภาพในทิศทางเดียวกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน คุยกันด้วยราคาที่สมเหตุสมผล ไม่มีการโกงหรือหลอกลวงกัน เจ้าของบ้านไม่จำเป็นต้องรู้รายละเอียดทั้งหมด แค่เข้าใจว่าวิธีการจัดที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร มีวิธีทำแบบไหน เรื่องราวพวกนี้หาอ่านได้ทั่วไป น่าจะช่วยให้ทั้งเจ้าของบ้านและนักจัดสวนทำงานร่วมกันได้อย่างสบายใจในระดับหนึ่ง



รู้หรือไม่

นักจัดสวนแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่



- กลุ่มร้านค้าต้นไม้ มีความชำนาญเรื่องการปลูกและดูแลรักษาต้นไม้เป็นอย่างดี หากจะจ้างกลุ่มนี้สามารถสอบถามและขอดูผลงานจัดสวนที่เคยทำ ควรขอไปดูตัวอย่างผลงานจัดจริงด้วย เพราะการได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเจ้าของบ้านที่เคยให้จัดสวนมาแล้ว จะได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง



- กลุ่มผู้รับเหมา อาจมีพื้นความรู้จากสาขาวิชาชีพอื่นที่มิใช่สาขาวิชาออกแบบจัดสวนโดยตรง แต่มีคนงานและเครื่องมือพร้อม ส่วนใหญ่มักไม่ได้เป็นผู้ออกแบบเอง แต่จะทำตามแบบที่เจ้าของบ้านมีอยู่แล้ว หรือเป็นแบบจากภูมิสถาปนิก นักจัดสวน หากเจ้าของบ้านต้องติดต่อให้ผู้รับเหมาเข้ามาดำเนินการจัดสวนให้ แนะนำให้ศึกษารายละเอียดต่างๆให้ดี เพราะบางครั้งแบบที่ได้รับการออกแบบไว้ เมื่อนำมาจัดจริงอาจไม่สอดคล้องกับงบประมาณที่มี จึงต้องคุยกันให้เข้าใจก่อนทุกขั้นตอน และมีการระบุในสัญญาให้ชัดเจน



- กลุ่มผู้ศึกษาทางด้านออกแบบจัดสวน ได้แก่ ภูมิสถาปนิก นักออกแบบภูมิทัศน์ หรือนักพืชสวนที่เชี่ยวชาญเรื่องต้นไม้ บางคนก็รับออกแบบอย่างเดียว บางคนก็รับออกแบบและรับเหมาจัดจนเสร็จไปด้วยในตัว โดยเจ้าของบ้านสามารถติดตามดูผลงานได้จากนิตยสาร หนังสือจัดสวน หรือการจัดสวนโชว์ในงานสวนและต้นไม้ต่างๆ



ขั้นตอนการว่าจ้าง

เมื่อติดต่อนักออกแบบจัดสวนได้ตรงกับแบบสวนที่อยากได้แล้ว ระหว่างที่นักจัดสวนเข้ามาเสนอแบบ เจ้าของบ้านก็สามารถเรียนรู้อุปนิสัย แนวคิด และแนวทางการทำงานร่วมกันกับนักจัดสวนคนนั้นได้ ในเรื่องของการว่าจ้าง ถ้าจะให้ดีต่อกันทั้งสองฝ่าย น่าจะแบ่งขั้นตอนการจ่ายค่าจ้างเป็น 2 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนการออกแบบ และ ขั้นตอนการจัดจริง เมื่อเจ้าของบ้านได้แบบมาแล้วก็สามารถเลือกหาผู้รับเหมาที่สามารถรับงานตรงตามงบประมาณที่มีอยู่ได้ ส่วนนักจัดสวนเองก็ไม่ต้องกังวลกับการถูกเจ้าของบ้านเบี้ยวค่าแบบ ที่สำคัญต้องคุยกันให้เข้าใจ และมีการร่างสัญญาอย่างชัดเจน ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบไปจนถึงขั้นตอนการจัดจริง ในสัญญาจะระบุถึงรายละเอียดในการเบิกจ่ายแต่ละครั้งว่างานที่ทำจะดำเนินการแล้วเสร็จไปถึงระดับไหน ในการตกลงเซ็นสัญญากันอาจมีการแนบสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของทั้งสองฝ่าย ให้แต่ละฝ่ายเก็บไว้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานฟ้องดำเนินคดีกันได้ หากพบว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา



รูปแบบการร่างสัญญา

โดยปกติสัญญาจ้างมักประกอบด้วยชื่อ “ผู้ว่าจ้าง” และ “ผู้รับจ้าง” และรายละเอียดของขอบเขตงานจ้างนั้นๆ ซึ่งแยกกล่าวได้เป็น 2 แบบ ดังนี้



งานบริการออกแบบ หรือการรับจ้างออกแบบ ในสัญญาประกอบด้วยเนื้อหาหลักๆ ดังนี้

1. ขอบเขตงานบริการ ซึ่งจะเป็นตัวบอกว่าในการรับจ้างออกแบบนั้นประกอบด้วยขั้นตอนอะไร

1.1 การนำเสนอแนวคิดหลัก (Conceptual Design) เป็นขั้นตอนการศึกษาร่วมกันระหว่างผู้ออกแบบกับเจ้าของถึงแนวคิดและความต้องการ รวมทั้งวิเคราะห์สภาพทางกายภาพ ความชอบ เพื่อประมวลเป็นแบบร่างต่อไป

1.2 การนำเสนอแบบร่าง ส่วนใหญ่ได้แก่ ผังบริเวณทั้งโครงการหรือพื้นที่ ผังบริเวณเฉพาะส่วน รูปด้าน รูปตัด หรือรูปทัศนียภาพ

1.3 การนำเสนอแบบก่อสร้าง ประกอบด้วยผังบริเวณในแต่ละส่วน รูปด้าน รูปตัด ผังรายละเอียดชนิดต้นไม้ แบบโครงสร้างองค์ประกอบพิเศษต่างๆที่มี แบบระบบไฟฟ้า แบบระบบการให้น้ำ



2. ค่าจ้างงานบริการ ส่วนนี้จะสัมพันธ์กับส่วนแรก เพราะการเบิกจ่ายแต่ละครั้งจะสอดคล้องกับกระบวนการนำเสนอแบบแต่ละส่วน เช่น อาจแบ่งจ่ายเป็น 4 งวด ดังนี้

* งวดที่ 1 เมื่อร่างสัญญา

* งวดที่ 2 เมื่อส่งแบบร่างครั้งสุดท้าย

* งวดที่ 3 เมื่อส่งแบบก่อสร้างแล้วทั้งหมด

* งวดที่ 4 เมื่อเริ่มลงมือก่อสร้าง ในสัดส่วนร้อยละ 20: 30: 40: 10

ค่าจ้างออกแบบจะขึ้นอยู่กับแบบต่างๆที่นักออกแบบจัดทำให้ รวมทั้งการบริการเข้าตรวจเยี่ยมระหว่างดำเนินการก่อสร้าง ทั้งหมดนี้จะมีระบุไว้ในสัญญาอย่างชัดเจน



3. งานบริการรับเหมาจัดสวน สัญญาจ้างจะนำเสนอพร้อมรายการประเมินราคา โดยมีเนื้อหาหลักระบุถึงเรื่องการเบิกจ่ายที่สอดคล้องกับการดำเนินการที่แล้วเสร็จไว้อย่างชัดเจน เช่น บางรายอาจแบ่งการเบิกจ่ายเป็น 3 งวด ดังนี้

* งวดที่ 1 เมื่อเซ็นสัญญา จ่าย 60 เปอร์เซ็นต์

* งวดที่ 2 เมื่อดำเนินงานแล้วเสร็จ 70 เปอร์เซ็นต์ของเนื้องาน จ่ายเป็นจำนวนเงินอีก 30 เปอร์เซ็นต์

* งวดที่ 3 เมื่องานแล้วเสร็จ จ่ายอีก 10 เปอร์เซ็นต์



หรืออาจระบุให้ละเอียดและชัดเจนขึ้น เช่น

* งวดที่ 1 เมื่อเข้ามาปรับพื้นที่ จ่าย 40 เปอร์เซ็นต์

* งวดที่ 2 เมื่อดำเนินการก่อสร้างฮาร์ดสเคปแล้วเสร็จ จ่าย 50 เปอร์เซ็นต์

* งวดที่ 3 เตรียมพื้นที่ปลูกต้นไม้ จ่าย 10 เปอร์เซ็นต์ หรือบางรายที่มีการรับประกันต้นไม้และเข้าดูแลรักษาต่อเนื่อง ก็อาจเบิกจ่ายกันงวดสุดท้ายตอนนั้นอีกทีก็ได้ ทั้งนี้การสำรองจ่ายล่วงหน้านั้น ส่วนใหญ่นักจัดสวนจะนำไปใช้เป็นค่ามัดจำต้นไม้ หรือซื้อหาวัสดุก่อสร้างต่างๆนั่นเอง



TIPS

- ศึกษารายละเอียดเรื่องต้นไม้ให้ดีก่อน และต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันทั้งสองฝ่าย เพราะบางครั้งต้นไม้ที่ระบุไว้ในแบบผังต้นไม้หรือในใบเสนอราคา กับต้นไม้ที่หาซื้อได้จริงอาจไม่ใช่ขนาดหรือรูปทรงอย่างเดียวกัน เจ้าของบ้านต้องยอมรับว่าราคาต้นไม้จากนักจัดสวนย่อมสูงกว่าราคาต้นไม้จากแหล่งผลิตและจำหน่าย เนื่องจากต้องมีค่าดำเนินการหาต้นไม้ ค่าขนส่ง ค่าดำเนินการปลูก ค่ารับประกันต้นไม้ หากต้นไม้ที่ปลูกให้เกิดตายหรือเสียหายขึ้นมาระหว่างการจัดสวน หรือช่วงเวลาที่ระบุไว้ในสัญญาว่าจ้าง



- นักจัดสวนที่ดีไม่ควรยัดเยียดชนิดต้นไม้ที่มีอยู่ในฟาร์มต้นไม้ของตนให้ลูกค้า และควรเลือกต้นไม้ให้ลูกค้าอย่างสมเหตุสมผล ทั้งในเรื่องของราคา ชนิด และรูปทรงพุ่ม บางครั้งจะพบว่าต้นไม้เฉพาะกลุ่มที่นักจัดสวนเลือกให้ ทำให้สวนบ้านเราไม่แตกต่างจากบ้านอื่นที่นักจัดสวนคนนั้นจัดให้

Friday, October 8, 2010

ค้นหา บ้านเดี่ยว บ้านมือสอง ทาวเฮ้าส์ กับ กรุงศรีพรอพเพอร์ตี้

บ้านเดี่ยว พร้อมอยู่บนทำเลธุรกิจ โดย กรุงศรีพร็อพเพอร์ตี้


กรุงศรีพร็อพเพอร์ตี้ ขอเสนอขาย บ้านเดี่ยว คุณภาพบนทำเลทองทั่วประเทศไทย ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้ซื้อทั่วไป นักลงทุนและผู้ประกอบการ หากท่านต้องการซื้อ บ้านเดี่ยว ราคาถูก มาหาเราที่กรุงศรีพร็อพเพอร์ตี้ เราพร้อมช่วยให้ข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์รอการขายทั่วประเทศไทย โดยทีมงานมืออาชีพด้านการขาย พร้อมสินเชื่อวงเงินพิเศษสำหรับผู้กู้ทุกคน



กรุงศรีพร็อพเพอร์ตี้ เรามุ่งบริการชั้นหนึ่งเพื่อความพอใจสูงสุดของผู้ซื้อทุกคน


http://www.krungsriproperty.com/

การประเมินกำลังเงินว่าจะซื้อบ้าน และผ่อนบ้านได้หรือไม่

--------------------------------------------------------------------------------



โดยทั่วไปผู้ซื้อบ้านมักจะมีเงินเก็บออมส่วนหนึ่ง ซึ่งมักจะไม่เพียงพอที่จะซื้อบ้านได้ด้วยเงินสด ดังนั้น




เงินที่ขาดจึงต้องอาศัย...้เอาจากธนาคาร หรือสถาบันการเงินต่างๆแต่เนื่องจากสถาบันเหล่านี้มักจะให้...้เพียง




ประมาณร้อยละ 70-80 ของราคาซื้อขาย หรือมูลค่าประเมินของบ้าน (พร้อมที่ดิน)



ดังนั้น ผู้ซื้อบ้านจะต้องมีเงินเก็บออมอย่างน้อยร้อยละ 20-30 ของราคาบ้านจึงจะสามารถ...้เงินและซื้อบ้านได้

เงินที่เก็บออมร้อยละ 20-30 นี้เอง ที่ผู้ซื้อมักจะต้องจ่ายเป็น "เงินดาวน์" ในการซื้อบ้าน หากบ้านยังสร้างไม่เสร็จ

เจ้าของโครงการมักจะให้เราผ่อนเป็นงวดๆได้ในเวลาประมาณ 5-18 เดือน ในการวางแผนการเงินเพื่อซื้อบ้าน



คุณอาจเริ่มต้นจากวิธีใดวิธีหนึ่งใน 2 วิธี คือ




วิธีที่หนึ่ง คุณทราบราคาบ้านที่จะขายแล้วมาคำนวณว่าคุณจะซื้อและผ่อนได้หรือไม่ ? วิธีการนี้ เริ่มมาจากการที่มีผู้เสนอขายบ้านให้คุณ หรือคุณทราบ "ราคาบ้าน" ที่ประกาศขายว่าเป็นเงินเท่าใดแล้ว คุณมีข้อสงสัยว่าคุณมีเงินพอที่ซื้อหรือผ่อนบ้านนั้นได้หรือไม่ ในการประมาณการทางการเงิน คุณจะต้องเริ่ม โดยพิจารณาว่า คุณมีเงินเก็บออมหรือมีเงินดาวน์พอที่จะจ่ายให้กับเจ้าของโครงการหรือไม่ คุณต้อง...้เงินจากธนาคารในวงเงินสูงสุดได้เท่าใด และจะต้องผ่อนชำระเงินงวดเดือนละเท่าใด คุณสามารถผ่อนได้หรือไม่

ตัวอย่างเช่น หากคุณเล็งที่จะซื้อบ้านที่ราคาถูกประเภททาวน์เฮาส์ ขณะนี้ ราคาประมาณ 625,000 บาท หากธนาคารให้...้ร้อยละ 80 ของราคาขาย นั่นหมายความว่าให้...้ได้เป็นเงิน 500,000 บาท ส่วนที่เหลือคือจำนวนเงิน 125,000 บาท คุณจะต้องมีเงินเก็บหรือต้องผ่อนดาวน์มาแล้ว ซึ่งอย่างน้อยที่สุดคือร้อยละ 20 ของราคาบ้านที่จะซื้อนั่นเอง การ...้เงินจำนวน 500,000 บาท หากคุณต้องผ่อนชำระนาน 20 ปี ก็จะต้องผ่อนประมาณเดือนละ 3,728 บาท หากธนาคารคิดดอกเบี้ยร้อยละ 6.5 ต่อปี (แต่ถ้าอัตราดอกเบี้ยสูงกว่านี้ เงินงวดรายเดือนก็จะสูงตามไปด้วย) และหาก...้ระยะเวลาสั้นลงเท่าใด เงินงวดก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้น เช่น หากเลือก...้นาน 15 ปี หรือ 10 ปี เงินงวดก็จะเพิ่มมากขึ้นเป็นเดือนละ 4,356 บาท และ 5,677 ตามลำดับ


เมื่อทราบจำนวนเงินที่จะต้องผ่อนเดือนละเท่านั้นเท่านี้แล้ว คุณก็ต้องมาประเมินดูว่าคุณมีรายได้เพียงพอที่จะผ่อนชำระเงินงวดได้ตลอดระยะเวลา...้หรือไม่ โดยหลักแล้ว หากคุณมีรายได้น้อย คุณก็ต้องเลือกผ่อนในระยะเวลาที่นานขึ้นอาจจะเป็นระยะ 20-25 ปี เพื่อให้เงินงวดที่จะผ่อนมีจำนวนลดลง ดังนั้น หากคุณสามารถสะสมงินมาดาวน์บ้านได้ประมาณร้อยละ 20-30 ของราคาบ้านและสามารถผ่อนส่งเงิน...้ได้ตามเงินงวดที่ระบุ คุณก็จะสามารถซื้อบ้านหลังนั้นได้ สำหรับบ้านประเภทอื่น ต้องผ่อนดาวน์เท่าใด ต้อง...้เงินจำนวนเท่าใด ค่าผ่อนชำระจะเป็นเท่าใด คุณอาจดูได้จากตารางที่เจ้าของโครงการ หรือที่ธนาคารจัดทำขึ้น หรืออาจดูได้จากหนังสือคู่มือการซื้อบ้านที่มักจะมีอัตราดอกเบี้ยและตารางอัตราการผ่อนชำ ระเงินงวดให้ผู้ซื้อพิจารณาได้

วิธีที่สอง คุณทราบรายได้ของคุณแล้วมาคำนวณว่าคุณจะซื้อบ้านได้แบบใด ในราคาใดได้บ้าง ? ในรณีที่คุณทราบ "รายได้" ของคุณว่ามีเท่าใด และอยากทราบว่ารายได้ดังกล่าวนั้น สามารถจะซื้อบ้านในระดับราคาประมาณเท่าใด คุณก็สามารถคิดคำนวณได้ไม่ยากตัวอย่างเช่น หากคุณมีรายได้ประมาณเดือนละ 20,000 บาท คุณอยากรู้ว่าธนาคารจะให้คุณ...้ได้ในวงเงินเท่าใด และจะซื้อบ้านในราคาประมาณเท่าใด วิธีการคำนวณคือ

ในขั้นแรก คุณต้องประมาณการว่ารายได้ที่ตนมีอยู่นั้นสามารถ...้เงินจากธนาคารได้ในวงเงินเท่าใด หรือคุณสามารถจะผ่อนชำระหนี้ได้เดือนละเท่าใด จากนั้น เมื่อทราบวงเงิน...้ ก็สามารถคำนวณราคาบ้านที่จะซื้อได้ โดยทั่วไป ธนาคารมักจะให้...้ในวงเงินประมาณ 15-30 เท่าของรายได้โดยหากมีรายได้เป็นเงินเดือนประจำที่แน่นอน เช่น เป็นข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจหรือพนักงานของบริษัทเอกชน ธนาคารอาจให้...้ได้ถึง 25 ? 30 เท่า แต่หากประกอบอาชีพอิสระที่มีรายได้ไม่แน่นอน ธนาคารอาจให้...้ได้ไม่เกิน 20 เท่าของรายได้เฉลี่ยรายเดือนหักค่าใช้จ่ายแล้วเท่านั้น โดยเฉลี่ยแล้ว ธนาคารจะให้...้ในวงเงินสูงประมาณ 25 เท่าของรายได้ ดังนั้น หากคุณมีรายได้ประมาณเดือนละ 20,000 บาท คุณจะ...้ได้ในวงเงินประมาณ 25 X 20,000 = 500,000 บาท และในวงเงินดังกล่าว คุณจะต้องผ่อนประมาณเดือนละ 3,728 บาท หาก...้นาน 20 ปี (อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6.5 ต่อปี) และจะผ่อนเดือนละ 3,160 บาท หาก...้นานที่สุดคือ 30 ปี อนึ่ง ในการประมาณการกำลังเงินว่าคุณจะสามารถผ่อนบ้านได้เดือนละเท่า ใดนั้น

หลักเบื้องต้นว่า ธนาคารมักจะกำหนดให้เงินงวดต่อเดือนประมาณร้อยละ 25-30 ของรายได้รวมของผู้...้ ดังนั้นหากคุณมีรายได้เดือนละ 20,000 บาท เงินงวดสูงสุดที่คุณสามารถผ่อนได้จะอยู่ประมาณเดือนละประมาณ 5,000- 6,000 บาท สำหรับผู้ที่มีรายได้สูงขึ้น และซื้อบ้านในราคาแพงขึ้น เช่น มีรายได้เดือนละ 60,000 บาท ขึ้นไป ธนาคารอาจจะให้...้โดยมีสัดส่วนค่าผ่อนต่อรายได้ที่สูงขึ้น ประมาณ ร้อยละ 30-36 หรือบางกรณีที่ผู้...้มีรายได้เกินเดือนละ 100,000 บาท ธนาคารอาจผ่อนผันให้...้ได้สูงถึงร้อยละ 40-50 ก็ได้ เมื่อคุณทราบรายได้ และวงเงิน...้ที่จะ...้ได้ โดยคุณสามารถผ่อนชำระเงิน งวดได้แล้ว คุณก็สามารถจะคำนวณราคาและประเภทบ้านที่จะซื้อได้ ในปัจจุบันธนาคารโดยทั่วไปจะให้...้ได้ร้อยละ 80 ของราคาบ้านพร้อมที่ดิน ดังนั้น เมื่อคุณมีรายได้เดือนละ 20,000 บาท และสามารถ...้เงินได้สูงสุด 500,000 บาท คุณก็สามารถคำนวณได้ว่าบ้านที่คุณจะซื้อได้จะมีราคาขายประมาณ 625,000 บาท (500,000/0.





เมื่อคุณทราบราคาบ้านและมีเงินดาวน์เพียงพอ (ประมาณร้อยละ 20-30 ) ที่จะซื้อบ้านได้ในราคาประมาณ 625,000 บาท และสามารถผ่อนเงินงวดได้ทุกเดือน ประการต่อมา คุณจึงมาพิจารณาว่า บ้านในระดับราคาดังกล่าวมีขายในตลาดประเภทใด และที่ไหนบ้าง สำหรับบ้านที่มีขายในตลาดราคาประมาณ 6 แสนเศษนั้น จะเห็นว่ามีเพียง 2 ประเภท ได้แก่ทาวน์เฮ้าส์ราคาถูก และห้องชุดราคาปานกลางเท่านั้น ส่วนบ้านเดี่ยวขนาดเล็กราคาเฉลี่ยขั้นต่ำสุด ในปัจจุบันราคาประมาณหลังละ 1.2 ล้านบาท




เมื่อคุณทราบเช่นนี้ คุณจึงได้ข้อยุติว่า รายได้เดือนละ 20,000 บาท ไม่ต้องไปดูบ้านเดี่ยวให้เสียเวลา เพราะทางเลือกของคุณมีเพียง 2 ทางเท่านั้น คือ จะซื้อ บ้านทาวน์เฮ้าส์ หรือห้องชุดดีกว่ากัน ซึ่งคุณจะต้องไตร่ตรองต่อไปว่า คุณจุเลือกซื้อบ้านแบบไหน จึงจะตรงกับความต้องการของตน สรุปก็คือ ในการวางแผนการเงินซื้อบ้านคุณต้องดูว่าคุณมี "เงินออม" เป็นค่าเงินดาวน์ประมาณร้อยละ 20-30 ของราคาบ้านหรือไม่ และคุณมี "รายได้" พอที่จะขอ...้เงินและ "ผ่อนเงินงวด" รายเดือนกับสถาบันการเงินได้ตลอดระยะเวลา...้หรือไม่ หากคุณมีพอทั้งสอง

นอกจากการกู้เงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยแล้ว ผู้กู้สามารถกู้เงินเพื่อที่อยู่อาศัยอื่นๆอย่างไรบ้าง ?

นอกจากการกู้เงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย อันได้แก่ซื้อบ้านพร้อมที่ดิน หรือซื้ออาคารชุดแล้ว ผู้กู้สามารถขอกู้เงินเพื่อที่อยู่อาศัยอื่นๆอีกหลายประการ ได้แก่



1) เพื่อซื้อที่ดินเปล่า เพื่อการปลูกสร้างที่อยู่อาศัยของตนในอนาคต

2) เพื่อปลูกสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง

3) เพื่อต่อเติม หรือซ่อมแซมอาคารของตน

4) เพื่อชำระหนี้ที่เกี่ยวพันกับที่อยู่อาศัย

5) เพื่อไถ่ถอนหนี้ที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินอื่น



โดยทั่วไป สินเชื่อที่อยู่อาศัย ที่สถาบันการเงินต่างๆ

ปล่อยให้กับผู้กู้รายย่อยมักจะครอบคลุมสินเชื่อต่างๆ ดังกล่าวมานี้

Popular Posts